เมื่ออายุขึ้น เ ลข 3 คว รที่จะ เ ลิ กทำ 10 อย่างต่อไ ปนี้

เมื่ออายุขึ้น เ ลข 3 คว รที่จะ เ ลิ กทำ 10 อย่างต่อไ ปนี้

1. เลิกเมาเละ

เมาน่ะ เ ม าได้ แต่ควรรู้ลิมิตของตัวเอง ไม่ควรเมาเละเทะจนไม่ได้สติ แบบที่ตื่นขึ้นมาแล้วจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ หันไปข้าง เอ๊ะ มีคนแปลกหน้านอนอยู่บนเตียง หรือตื่นขึ้นมาในสถานที่แปลก

เช่น ป้ายรถเมล์ ทางเท้า หรือสถานีตำรวจ เลิกเถอะ้ ควรเมาแต่พองาม เ ม าแบบเดินเองได้เพื่อนไม่ต้องหิ้วปีก ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่เมาแล้ววาร์ป

ควรหาคนรับ-ส่งที่ไม่ดื่ม จะได้ลดภาระเพื่อน ถ้าเมาไม่รู้เ รื่ อ งบ่อยเกินไป เพื่อนอาจจะหน่ายจนไม่อย ากชวนเราไปอีกเลยก็ได้

2. เลิกกินแหลก

อายุ 30 แล้ว พอกันทีกับการกินแหลก จัดเต็มอาหารฟูลคอร์สทุกมื้อ ของคาวจบก็ต้องของหวานเพื่อล้างปาก การคิดว่า “กระเพาะอาหารแยกช่องของคาวกับหวาน”

เป็นสิ่งที่ควรเลิกคิดอย่ างยิ่ง ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นการเผาผลาญก็ไม่เหมือนตอนเด็ก ดั งนั้uควรใส่ใจการกินมากยิ่งขึ้น อิ่ม ไหนก็ นั้น ไม่ต้องฟาดเรียบเลียจานทุกมื้อ

ควรปรับเปลี่ยนพฤติก ร ร มการทานเล็ก น้อย เช่น เปลี่ยนจากขนมหวานหลังมื้ออาหารเป็นผลไม้แทน สุขภาพก็จะดีขึ้น และควรสั่งอาหารแต่พอดี ไม่ต้องสั่งเผื่อไม่อิ่ม

3. เลิกงอน

อาการงอนงุ้งงิ้งเป็นเด็ก ก็ควรจะอยู่ให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน มันถึงจะดูน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ใช่อะไรก็งอน

อย่ างนี้เขาเรียกว่าไม่รู้จักโต อย่ าให้คนรอบข้างต้องคอยโอ๋ และคอยเอาใจตลอดเวลาอีกเลย

คือเราไม่ใช่เด็กแล้ว ได้เวลาปฏิวัติตัวเองซะใหม่ อย่ างอนเพียงเพราะเพื่อนไม่รอเข้าห้องน้ำ งอนเพราะเพื่อนไปกินข้าวไม่ชวน หรืองอนเพราะเพื่อนเลิกกับแฟนไม่บอก

เพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำตามเหตุผลเราเสมอ อย ากได้เพื่อนแท้ใจต้องนิ่ง้ พูดเลย

4. เลิกปรี๊ดแตก

การเลิกปรี๊ดแตกไม่ได้แปลว่าห้ามโกรธ ใครไม่โกรธได้ก็เป็นนักบวชแล้วล่ะ้ แต่ขอร้องให้เลิกอารมณ์ขึ้นตลอดเวลา มีอะไรก็ท้าตบท้าตี โตแล้วควรระงับอารมณ์ให้ได้

คุยกันด้วยเหตุและผล ซึ่งการเสียงดังไม่ได้ช่วยให้เถียงชนะ แต่ทำให้เจ็ບคอเปล่า และจุดจบของมือตบก็อยู่ที่โรงพักเสมอ เวลาสาว โกรธจะต้องชั่งใจ

ว่างานนี้ควรลุยหรือควรหลบ ถ้าเป็นเ รื่ อ งไร้สาระบางทีหลบก็ดีกว่าตบ้

5.เลิกคิดว่าตัวเองแก่

มันอาจจะดูขัด กับสิ่งที่พูดมาข้างบนนิดหน่อย แต่สาว 30 สมัยนี้ยังไม่ถือว่าแก่ บางคนคุณพ่อคุณแม่ก็เพิ่งปล่อยออกมาเปรี้ยวนอกบ้านเอง้คู้ณ วัย 30 ถือเป็นวัยสุกกำลังงาม

จะแก่หรือไม่แก่มันขึ้นอยู่กับตัวเองด้วย ถ้าใจยังวัยรุ่นอยู่อะไรก็มาพรากความแซ่บไปจากเราไม่ได้

ทำชีวิตให้แซ่บสมวัย เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เราไม่ได้แก่ขึ้น

6. เลิกขี้เกียจ

สาว ควรเลิกขี้เกียจ โดยเฉพาะการใส่ใจในตัวเอง อย่ านอนโดยไม่ล้างหน้า-อาบน้ำ อย่ าขี้เกียจทาครีม และอย่ าขี้เกียจออกกำลังกาย

เพื่อสุขภาพที่ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ถ้าไม่อย ากหน้าเหี่ยวก็ควรเลิกขี้เกียจในส่วนนี้อย่ างถาวร อย่ าลืม้ว่าผิวพังแล้วค่าซ่อมแพง

ทั้งค่าเซรั่ม ค่าทรีทเม้นท์ ค่าหมอ เสียหายหลายแสน ถ้าเป็นไปได้ควรรั กษ าสิ่งที่มีอยู่ให้คงสภาพนานที่สุด อย่ างนี้สิถึงจะเรียกว่าสาวสองพันปี

7. เลิกคิดว่าทำไม่ได้

จริงอยู่ที่คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่ าง แต่ก็ไม่ควรปิดกั้นตัวเองที่จะลองสิ่งใหม่ บางคนค้นพบสิ่งที่ทำได้เก่งจากการลอง เช่น ถ้าไม่เคยเย็บผ้าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเย็บเก่ง

ถึงจะอายุ 30+ แล้วก็ไม่ผิดที่จะลอง ไม่อย ากรู้เหรอคะว่านอกจากสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แล้ว เรายังทำอะไรได้อีกบ้าง การทำสิ่งใหม่ ยังช่วยเติมสีสันให้ชีวิตไม่น่าเ บื่ ออีกด้วย้

8. เลิกเข้าข้างตัวเอง

คนเราก็ควรมีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรเยอะจนกลายเป็นเข้าข้างตัวเองไปเสียหมด ควรมองเ รื่ อ งราวอย่ างเป็นกลาง ไม่โอนเอียง ใช้สติคิด วิเคราะห์ แยกแยะ

แล้วจะเป็นเอง้ว่าอะไรควร/ไม่สมควร ถ้าเราผิดก็ไม่เสียหายที่จะขอโทษ แต่ถ้าเราถูกล่ะก็ควรหาหลักฐานยืนยัน อย่ าให้คนอื่นหาว่าเรามโน้

9. เลิกใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

โตแล้วควรใช้เหตุผลเยอะ อย่ าให้อารมณ์พาเราไปอยู่ในสถานการณ์ผิด บางครั้งก็ไม่ได้อย ากทะเลาะไง แต่อารมณ์มันพาไป พอรู้ตัวอีกทีก็กลับลำกลางคันก็ไม่ได้เสียแล้ว

มีทางเดียวที่เ รื่ อ งนี้จะจบคือต้องเถียงชนะ นึกย้อนกลับไปตอนนั้นตล๊กตลก เหมือนกำลังเล่นซิทคอมอยู่เลยค่าาาา พฤติก ร ร มแบ บนี้ควรเลิกซะ เพื่อเข้าสู่วัย 30 อย่ างสง่างาม้

10. เลิกลังเ ล ว

 30 แล้ว ควรมีความชัดเจนในชีวิต ทำทุกอย่ างให้เคลียร์ อย่ าใช้ชีวิตอยู่ในความคลุมเครือ อะไรที่อึดอัด ไม่ชอบใจ ก็เคลียร์ให้จบ ทำทุกอย่ างให้ง่ายเข้าไว้

ไม่ต้องซับซ้อน ถ้าไม่อย ากปວดหัวควรเลิกลังเลได้แล้ว จะซ้ายหรือขวาก็เอาสักทาง้

ลองเอากลับไปคิดดู้ ว่ามีอะไรอีกบ้างที่วัย 30+ ควรเลิก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่ าฝืนจนความเป็นตัวเองหายไป แบ๊วได้ แอ๊บได้ แต่ให้ถูกที่ถูกเวลา คิดง่าย